งานแฟร์สามวัน พิมพ์โบรชัวร์ไป 1,500 ชุด แจกหมด 1,200 ชุด

ถังขยะหน้าทางออกศูนย์ประชุมในเย็นวันสุดท้าย เต็มไปด้วยโบรชัวร์ของทุกบูธรวมกัน

นี่ไม่ใช่เพราะเนื้อหาไม่ดี · คนเดินงานถือถุงหนักตั้งแต่ชั่วโมงที่สอง แล้วเริ่มคัดของทิ้งตั้งแต่ยังไม่ออกจากฮอลล์

ป้ายตั้งโต๊ะที่ได้ผล ต่างจากป้ายที่ไม่ได้ผลตรงไหน

ป้ายส่วนใหญ่ที่บูธเขียนว่า "Scan Here" กับโลโก้บริษัท · คนเดินผ่านไม่รู้ว่าสแกนแล้วได้อะไร จึงไม่สแกน

ป้ายที่ไม่ได้ผลป้ายที่ได้ผล
"Scan Here""สแกนโหลดแคตตาล็อกสินค้า 2569"
โลโก้ใหญ่ QR เล็กQR ใหญ่ ข้อความบอกสิ่งที่ได้
ชี้ไปหน้าแรกของเว็บชี้ตรงไปไฟล์ที่บอกไว้
วางไว้บนโต๊ะที่มีของวางเต็มวางตั้งเดี่ยวในระดับสายตาคนยืน

คนเดินงานตัดสินใจภายในสองวินาที · ป้ายต้องตอบคำถาม "ได้อะไร" ให้จบในบรรทัดเดียว

ทำไมต้องแก้ปลายทางได้ แม้จะใช้แค่สามวัน

เหตุผลไม่ได้อยู่ที่ระหว่างงาน แต่อยู่ที่หลังงาน

คนที่สแกนไปวันสุดท้ายอาจเปิดดูอีกทีสองสัปดาห์ให้หลัง · ถ้าปลายทางยังเป็นแคตตาล็อกโปรโมชันในงานที่หมดอายุไปแล้ว เขาจะเห็นราคาที่ซื้อไม่ได้

เปลี่ยนปลายทางหลังงานจบไปเป็นหน้าติดต่อทีมขายหรือแคตตาล็อกปกติ ทำให้ป้ายที่ถ่ายรูปเก็บไว้ยังทำงานต่อได้อีกหลายเดือน

และป้ายชุดเดิมใช้ในงานหน้าได้ เปลี่ยนปลายทางอย่างเดียว ไม่ต้องพิมพ์ใหม่ทุกงาน ซึ่งสำหรับบูธที่ออกงานปีละหลายครั้งคือส่วนที่ประหยัดจริง

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

1. QR เล็กเกินไปสำหรับระยะที่คนยืน — คนยืนหน้าบูธห่างประมาณ 1-1.5 เมตร ตามกฎ 10 ต่อ 1 ต้องมีขนาดอย่างน้อย 10-15 ซม. · ป้ายตั้งโต๊ะ A5 ที่มี QR ขนาด 4 ซม. คือป้ายที่คนต้องก้มลงไปสแกน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ก้ม

2. ไม่คิดเรื่องสัญญาณในฮอลล์ — ศูนย์ประชุมที่มีคนหลายพันคนคือที่ที่สัญญาณมือถือแย่ที่สุด · ไฟล์แคตตาล็อก 40 MB จะโหลดไม่ขึ้น ทำเวอร์ชันเบาสำหรับมือถือไว้ต่างหาก

3. ป้ายอะคริลิกใสใต้ไฟสปอตบูธ — ไฟบูธออกแบบมาให้สินค้าดูดี ซึ่งมักเป็นแสงที่สะท้อนป้ายพอดี · ทดสอบสแกนหลังจัดไฟเสร็จ ไม่ใช่ตอนซ้อมที่ออฟฟิศ

4. ใช้ดวงเดียวกับทุกงาน แล้ววัดผลแยกไม่ได้ — ถ้าออกงานหลายงานในปีเดียว ควรแยกดวงต่องานเพื่อเทียบกันได้ว่างานไหนคุ้มค่าออกบูธ

ข้อจำกัดของเรา